ในแชตกลุ่ม
มื้อเที่ยงฉลองแปดสิบปีของคุณยาย
“ตกลงเอาวันที่สิบสองกันนะ” น้าแอ๋วพิมพ์มา และกลุ่มแชตครอบครัวก็ตอบกลับภายในหนึ่งนาที ลุงเปี๊ยกส่งรูปยกนิ้ว แม่ของฝนส่งมาสามรูปรวด มีคนโพสต์รูปโต๊ะของปีที่แล้ว โต๊ะยาวตัวริมหน้าต่าง กับปลานึ่งที่พร่องไปแล้วครึ่งตัว
ฝนอ่านทั้งหมดบนรถไฟฟ้า และไม่ได้พิมพ์อะไร เธออยู่ในกลุ่มนี้มาหกปี มีข้อความในชื่อตัวเองราวสี่สิบข้อความ ส่วนใหญ่คือ “เดี๋ยวฝนเอาขนมถ้วยไปเองค่ะ” ไม่ก็ “ถึงบ้านแล้วนะคะ” จะว่าขี้อายก็ไม่เชิง คนสิบสองคนพูดพร้อมกันไม่เหลือที่ให้ประโยคแบบที่เธอชอบเขียน ประโยคแบบที่ส่งไปแล้วยังยืนยันได้เต็มปาก
ที่ดึงความสนใจของเธอไว้คือมิ้นท์ ลูกพี่ลูกน้อง ปกติมิ้นท์ตอบทีเป็นย่อหน้า มีมุกแซวเรื่องผังที่นั่งแถมมาด้วย วันนี้กลับพิมพ์ว่า “ได้” ตอน 9.14 น. กับ “แล้วแต่เลย” ตอน 9.31 น. ไม่มีสติกเกอร์ ไม่มีหางเสียงสักคำ ดูเหมือนไม่มีใครอื่นสะดุดใจ แชตเลยไปถึงเรื่องว่าคุณยายยังขึ้นบันไดที่ร้านไหวหรือเปล่าแล้ว
ฝนเริ่มพิมพ์ตอบในกลุ่ม “มิ้นท์ วันที่สิบสองสะดวกจริง ๆ ใช่ไหม” เธอมองประโยคนั้น ถามกันต่อหน้าทุกคนแบบนี้ มิ้นท์ก็ต้องตอบว่าสะดวก เธอลบทิ้ง แล้วเปิดหน้าต่างแชตส่วนตัวแทน “เช้านี้ฟังดูไม่ค่อยเหมือนมิ้นท์เลย ไม่ต้องอธิบายก็ได้นะ คืนนี้เราว่าง ถ้าอยากคุย” เธอแก้ “อยากคุย” เป็น “อยากมีเพื่อน” อ่านสองรอบ แล้วกดส่งก่อนถึงสถานีที่ต้องลง
ในแชตครอบครัว เธอเพิ่มไปหนึ่งบรรทัด แม่จะได้ไม่เป็นห่วงที่เธอเงียบ “วันที่สิบสองได้ค่ะ เดี๋ยวฝนเอาขนมถ้วยไปเอง” รูปยกนิ้วเด้งมาสี่รูป โทรศัพท์สั่นอีกครั้งตอนเธอก้าวลงชานชาลา คราวนี้มาจากมิ้นท์คนเดียว “รู้ได้ไงทุกทีเลย” ข้อความว่า “วันที่สิบสองคือวันที่เราต้องย้ายเข้าไปอยู่กับต้น ยังไม่ได้บอกใครเลยว่าเลิกกันแล้ว” ฝนยืนนิ่งอยู่ตรงนั้นขณะรถไฟเคลื่อนออกจากสถานี “งั้นบอกเราเป็นคนแรก” เธอพิมพ์ “สองทุ่มเดี๋ยวโทรไป”